ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569 ภาครัฐและภาคเอกชนของไทยร่วมมือกันอย่างเข้มข้นเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) โดยเฉพาะหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและความมั่นคงด้านพลังงานทั่วโลก นโยบายหลักมุ่งเน้น 3 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาพลังงานสะอาด การใช้ AI ในอุตสาหกรรม และการขยาย supply chain สีเขียว
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ย้ำในการประชุมและสุนทรพจน์ต่างๆ ว่าประเทศต้องปรับตัวเร็ว โดยสนับสนุนการซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนโดยตรง (direct renewable procurement) การขยายโรงงาน EV และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพัฒนา data center ที่ใช้พลังงานสะอาดเพื่อรองรับกระแส AI เอกชนชั้นนำอย่าง EGCO Group ประกาศแผนลงทุน 30,000 ล้านบาทในปี 2569 เพื่อปิดดีลพลังงานใหม่และขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ data center-AI ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผลักดันกรอบ Green Public Procurement (GPP) ที่เริ่มนำร่องในปีงบประมาณ 2569 โดยกำหนดเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างที่สนับสนุนสินค้าและบริการคาร์บอนต่ำ รวมถึงหน่วยงานนำร่องและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการสนับสนุนในปีแรก การเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับเป้าหมาย NDC ฉบับปรับปรุงของไทยที่ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 47% ภายในปี 2578 (เทียบฐานปี 2562) และบรรลุ net-zero ราวปี 2593 โดยพึ่งพาการสนับสนุนทางการเงินและเทคโนโลยีจากนานาชาติ
นักวิเคราะห์มองว่า การเปลี่ยนผ่านนี้จะช่วยไทยรับมือความเสี่ยงจากราคาน้ำมันผันผวน และดึงดูดการลงทุนจากบริษัทต่างชาติที่มองหา supply chain เขียวในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะ EEC (Eastern Economic Corridor) ที่เห็นการไหลเข้าของเงินทุนอุตสาหกรรมสีเขียวเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน การร่วมมือระหว่างรัฐ-เอกชนครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณบวกว่าประเทศกำลังเดินหน้าเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจสีเขียวอย่างจริงจัง
2025 By ศูนย์เรียนรู้การจัดการสิ่งแวดล้อม ขยะ ของเสีย และพลังงาน สู่ความยั่งยืน (มรภ.สงขลา)